โลกไซเบอร์-โลกจริง

ข่าวเกี่ยวกับปราก ฎการณ์ใน “โลกไซเบอร์” (Cyber World) ที่เกิดขึ้นบน “อินเตอร์เน็ต” (Internet) นั้น มีมิติที่หลากหลาย ทั้งในแง่ดี และที่เป็นปัญหา  ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้วโลกไซเบอร์บนอินเตอร์เน็ต ก็สะท้อนโลกมนุษย์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะมนุษย์ก็คือผู้สร้างอินเตอร์เน็ตให้เป็นเครื่องมือใช้งาน ที่กลายเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงระหว่างคนที่อยู่ทั้งใกล้ทั้งไกล พัฒนาเป็นชุมชนที่คนนับล้านคนสามารถติดต่อสื่อสาร ทำธุรกิจการค้า ข้ามโลกข้ามทวีป

 
แม้ในทางเศรษฐกิจการเมืองก็ยอมรับว่า อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่เป็น “ประชาธิปไตย” ที่สุดเครื่องมือหนึ่ง เพราะในโลกไซเบอร์นั้น ทุกคนมีสิทธิมีเสียงไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กตัวน้อยอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของโลกใบ กว้างนี้ ทุกคนที่เข้าถึงคอมพิวเตอร์ต่ออินเตอร์เน็ตได้ ก็ส่งเสียงได้ ไม่ว่าจะสร้างเว็ป “โฮมเพจ” ที่เสมือน “บ้าน” หรือหน้าต่างสู่โลกของแต่ละคน ไปจนถึงการตั้งกระทู้ตอบกระทู้ เขียนบล็อกแสดงความคิดเห็นในหลากหลายประเด็นตามความสนใจ
 
โลกไซเบอร์อินเตอร์เน็ตจึงมีส่วนที่ดีมีประโยชน์อยู่มาก มีเรื่องข้อมูลความรู้ที่มีจำนวนมาก หาได้ง่ายสะดวกต่อการศึกษาค้นคว้า นำมาปรับใช้กับงานของแต่ละคน ทั้งการตกผลึกความรู้ก็ไม่ได้มาจาก “แหล่ง” เดียว หรือ “ตำรา” ที่เขียนโดยคนๆเดียว หากแต่มีการร่วมเสริมแต่งจากบุคคลที่หลากหลาย ไม่ว่าจะผ่านการให้ความคิดเห็นผ่าน “บล็อก” หรือ “กระทู้” ในเรื่องนั้นๆ ไปจนการจัดระบบข้อมูลที่ช่วยกันเขียนขึ้นมาเป็นแหล่งข้อมูลเหมือน Encyclopedia อย่าง Wikipedia
 
จนปัจจุบันก็มีนักเขียนหลายคนที่แต่งหนังสือแต่งตำราบนอินเตอร์เน็ต รับฟังความคิดเห็น ไปปรับปรุง และพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกไปในโลกไซเบอร์เลย ก่อนจะมาเป็นรูปเล่มจับต้องได้
 
อินเตอร์ เน็ตยังเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารที่ฉับไว ส่งข้อมูลแลกเปลี่ยนกันได้ทันที ในจำนวนที่มาก ไม่ต้องรอบุรุษไปรษณีย์ ทั้งยังมีการสมัครเป็นสมาชิกในชุมชนกลุ่มคนต่างๆ เป็น “ชุมชนไซเบอร์” ในลักษณะ “เครือข่ายสังคม” (Social Network) ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น My Space, Facebook หรือ Hi 5 ฯลฯ
 
การได้พบเพื่อนใหม่ๆในเครือข่ายสังคม ที่มีการแลกเปลี่ยนข้อคิด หรือเพียงให้กำลังใจกันเล็กๆน้อยๆทั้งที่ไม่เคยพบหน้าพบตากันก็ไม่ใช่เรื่อง แปลก อย่างน้อยก็ที่สุดการติดต่อผ่านอี-เมล์ การตอบโต้ “เอ็ม” ให้กัน และการพูดคุยกันผ่านตัวอักษร ทำให้มีเพื่อนคุยแก้เหงาในโลกโลกาภิวัฒน์ที่ยุ่งวุ่นวาย ไม่มีเวลาคบหาสมาคมกันตามปกติ ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นทิวแถว แถมยังไม่ต้องเคอะเขินเพราะไม่เห็นหน้ากัน ยกเว้นมีกล้องติดเป็น “เว็ปแคม”
 
แต่เมื่อโลกไซเบอร์อินเตอร์เน็ตนั้น “สะท้อน” หรือ “จำลอง” โลกมนุษย์มา ก็ย่อมต้องมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนมาด้วย รวมไปถึงความโลภ โกรธ และหลง ที่ติดตัวคนแต่ละคนมา เป็นธรรมชาติธรรมดาของสังคม
 
อย่างข่าวที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์กรณี “นักศึกษา” หรือ “ผู้แต่งกายคล้ายนักศึกษา” ขายบริการทางเพศผ่านอินเตอร์เน็ต ทั้งที่เปิดเว็ปไซด์ทำกันตรงๆ หรือสอดแทรกแฝงตัวอยู่ในเว็ปที่เป็นชุมชนไซเบอร์อย่าง Hi 5
 
ซึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยปรากฏเป็นข่าวมาก่อน เพราะเคยมีการนำเสนอแล้ว มีผู้รับปากรับคำว่าจะไปรับผิดชอบ ตรวจสอบ ดำเนินการ แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีอะไรใหม่ ปัญหายังคงเดิมหรือแย่ลง พอเป็นข่าวอีกรอบ หน้าเปลี่ยนคนเปลี่ยน แต่ก็ออกมาท่องคาถาเดิมๆ สั่งการแล้วหายจ้อย เดี๋ยวก็เงียบไปจนรอบข่าวกลับมาอีกรอบ
 
ตื่นเต้น ตกใจกันเป็นช่วงๆ เสร็จแล้วเงียบหายไป ตอนนี้กลับมาอีกแล้ว และก็คงหายเงียบไปอีก โดยไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา เหมือนสร้างข่าวให้มีงานทำ หรือโฆษณาผลงานวิจัยของตนเอง
 
ขณะที่หน่วยงานรับผิดชอบก็จะตอบสนองกระแสข่าว เฉพาะช่วงที่มีกระแส แต่ไม่ปฏิบัติจริง หรือทำแต่ไม่ต่อเนื่อง ผู้บริหารทั้งนักการเมือง ฝ่ายประจำ และนักวิชาการหลายคนมีความตั้งใจดี แต่เมื่อกระแสเปลี่ยน ลำดับความสำคัญของชีวิตก็เปลี่ยน เช่นเดียวกับหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้ปัญหาคาราคาซัง สังคมเสื่อมโทรมไปเรื่อยๆ
 
การปรากฏการณ์เป็นข่าวซ้ำซากเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในโลก “ไซเบอร์” นั้น นอกจากเหตุที่มาจากความฉาบฉวยของผู้รับผิดชอบบางคนแล้ว อาจจะมาจากพื้นฐานที่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วยว่า โลก “มายา” (Virtual World) แบบใหม่นี้คืออะไร
 
ที่ต้องพึงระวังเสมอ และเป็นจุดอ่อนของโลกมายาใหม่นี้คือ ตัวตนที่คนเห็นอาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เพราะในโลกที่ไม่ได้พบหน้าค่าตากัน จะแต่งตัวปลอมตนเป็นใครก็ได้ หรือแม้ข้อมูลข่าวสารที่ปรากฎก็อาจหลอกอาจลวงได้เช่นกัน
 
อย่าว่าแต่เด็กๆเลย ผู้ใหญ่ถูกหลอกเอาเงินไปก็มีมากเช่นกัน เพราะมีเว็ปชักชวนให้ลงทุน เอาเงินไปฝาก หรือแม้แต่การหลอกว่าถูกรางวัลต่างๆ แต่ต้องโอนเงินไปก่อน ซึ่งมีคนเกษียณอายุในหลายประเทศ แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาถึงกับเสียเงินที่ออมมาทั้งชีวิตก็มี
 
ทั้งข้อมูลที่ปรากฏ ความเห็นที่ให้ไว้ หลายๆเรื่องหลายๆประเด็นไม่เป็น “ข้อเท็จจริง” แต่ถูกบิดเบือนเพื่อประโยชน์ของตน บางเรื่องเป็น “เท็จครึ่งจริงครึ่ง” และบางเรื่องก็ “โกหกพกลม” กันเต็มๆ
 
การสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วยพื้นฐานความรู้และจิตสำนึก จึงเป็นเรื่องสำคัญ ให้เด็ก เยาวชนและผู้ใช้ทั่วไปในทุกกลุ่มอายุและวิชาชีพระมัดระวัง ว่าสิ่งที่ปรากฏบนจอนั้นไม่ใช่ “เรื่องจริง” เสมอไป ต้องใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบ พินิจพิเคราะห์ และเลือกว่าจะใช้ข้อมูลที่ได้มาหรือไม่อย่างไร หรือจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ถูกนำเสนอในเว็ปไซด์ต่างๆหรือไม่ ซึ่งเมื่อคิดๆไปแล้ว ก็เป็นข้อแนะนำในการใช้ชีวิตที่ไม่ผิดกับในโลกแห่งความเป็นจริง ที่มองหน้าจับตัวเป็นๆกันได้สักเท่าไหร่ ดังเช่นสำนวนโบราณที่ว่า “รู้หน้าไม่รู้ใจ”
เช่น เดียวกับ “การขายบริการทางเพศ” ก็รู้กันอยู่ว่าเป็นอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อินเตอร์เน็ตเป็นเพียงเครื่องมือใหม่ จะแก้ปัญหาต้องกลับไปโลกแห่งความเป็นจริง สร้างจิตสำนึก “ลด ละ เลิก” เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: